คณะที่ปรึกษาภายนอกของคณะกรรมการอาหารและยา (เอฟดีเอ) ทั้ง 19 คน มีมติเป็นเอกฉันท์ เมื่อวันศุกร์ สนับสนุนการใช้วัคซีนต้านโควิด-19 ของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซึ่งเป็นแบบฉีดเข็มเดียว ฉีดซ้ำให้แก่ผู้ที่รับวัคซีนเดิม เพื่อเป็น “เข็มกระตุ้น” หรือ “บูสเตอร์ครั้งที่สอง” โดยการฉีดกระตุ้นเหมาะกับผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปี และรับวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันเข็มแรกนานกว่า 2 เดือน

ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่า สมาชิกบางส่วนของคณะทำงานชุดนี้มองว่า ควรมีการปรับให้ใช้วัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน เป็นแบบฉีดสองเข็มไปเลย อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ต้องผ่านการพิจารณาและลงมติจากคณะกรรมการชุดใหญ่ของเอฟดีเอ ร่วมด้วยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี)

ทั้งนี้ จอห์นสันแอนด์จอห์นสันยื่นเรื่องต่อเอฟดีเอ เมื่อต้นเดือนนี้ เพื่อขอให้มีการพิจารณาอนุมัติเป็นกรณีฉุกเฉิน ให้มีการใช้งานวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ที่เป็นแบบฉีดเข็มเดียว เป็นบูสเตอร์ให้กับผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ที่ได้รับวัคซีนเดียวกันไปแล้ว

สำหรับข้อมูลที่จอห์นสันแอนด์จอห์นสันใช้ประกอบการพิจารณาของเอฟดีเอ รวมถึงผลการทดสอบทางคลินิกขั้นที่สามกับกลุ่มตัวอย่างในสหรัฐ ว่าการฉีดวัคซีนเดิมเป็นเข็มที่สอง หลังการฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว 56 วัน เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการมีอาการจากโรคโควิด-19 เป็น 94% และป้องกันการป่วยหนักได้ 100% ภายในเวลา 14 วันแรกหลังรับวัคซีน

ปัจจุบัน วัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันเป็น 1 ใน 3 แบบของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่มีการใช้งานในสหรัฐ ร่วมกับวัคซีนของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค และโมเดอร์นา โดยวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันเป็นแบบเดียวที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีไวรัล เวกเตอร์ ขณะที่ข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) ระบุว่า ชาวอเมริกันอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ประมาณ 15 ล้านคน ได้รับวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน