ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวต่อที่ประชุมวาระพิเศษของพรรคคอมมิวนิสต์ ณ มหาศาลาประชาชน เนื่องในวาระครบรอบ 110 ปี “การปฏิวัติซินไฮ่” ที่นำไปสู่การสิ้นสุดรัชสมัยของราชวงศ์ชิง ราชวงศ์สุดท้ายของจีน ว่าจีนเป็นชนชาติ “ซึ่งมีวัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์” ในการต่อต้านการแบ่งแยกดินแดน

ทั้งนี้ แนวคิดการแบ่งแยกดินแดนของบุคคลบางกลุ่มในไต้หวัน ยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงต่อการรวมชาติอย่างสันติ ระหว่างไต้หวัน “กับมาตุภูมิ” และเป็น “อันตรายซ่อนเร้น” ต่อการฟื้นฟูแห่งชาติ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จีนยึดมั่นต่อทุกกลไกเพื่อนำไปสู่ “การรวมชาติอย่างสันติ” เพื่อผลประโยชน์ของชาวไต้หวันด้วย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลปักกิ่งพร้อมทำทุกวิถีทาง เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตัวเองเช่นกัน และ “ไม่ควรมีการสบประมาทจีนในเรื่องนี้”

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเปออกแถลงการณ์ว่า “ไต้หวันเป็นประเทศเอกราช ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของจีน” และรัฐบาลไทเปไม่มีทางยอมรับหลักการบริหาร “หนึ่งประเทศ สองระบบ” พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลปักกิ่งยุติการข่มขู่คุกคามทางทหาร หลังเมื่อช่วง 4 วันแรกของเดือน ต.ค. นับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันชาติจีน อากาศยานทางทหารของกองทัพปลดปล่อยประชาชน ( พีแอลเอ ) ละเมิดน่านฟ้าอธิปไตยของรัฐบาลไทเป รวมเกือบ 150 ลำ